สัก,สักยันต์,อ.,อาจารย์,อาจารย์สักยันต์,สักน้ำมัน,สักหมึก,สักยันต์หมึก,สักยันต์น้ำมัน,สักยันต์หนุดวง,สักยันต์โภคทรัพย์,สักยันต์หนุมาน,สักยันต์เสือ,สักยันต์เสน่ห์,เครื่องราง,พระเครื่อง,ผูกหุ่น,ไสยศาสตร์,กุมารทอง,ขุนแผน,พ่อแก่,ไหว้ครู,ครอบเศียร,sakyan
หน้าหลัก หน้าหลัก | เว็บบอร์ด | วิธีการชำระเงิน | วิธีการจัดส่งสินค้า | ติดต่อร้านค้า
ยินดีต้อนรับ : Guest แจ้งชำระเงิน
ค้นหาข้อมูลสินค้า :
สถิติการเข้าชม
วันที่เปิดร้าน :
2009-06-28 22:59:41
วันที่อัปเดทล่าสุด :
2010-09-01 22:49:36
สถิติการเข้าชม
เข้าชมทั้งหมด :
11,194
เข้าชมวันนี้ :
7
ออนไลน์ :
1
มุมสมาชิก
ชื่อผู้ใช้งาน :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิกร้านค้า | ลืมรหัสผ่าน?

หมวดหมู่สินค้า
 ทั้งหมด
 ปั้นแหน่งเสน่ห์มหาโชด
 ปลัดขิกแสนเสน่ห์
 เครื่องรางเสน่ห์เนื้อผง
 ขุนแผนมหาเสน่ห์
 ค้าขาย โชคลาภ
 เครื่องวงกลมมหาเสน่ห์
 ผ้ายันต์มหาโชคลาภ
 น้ำมันเสน่ห์เล่กล
 เครื่องรางคุ้มครองป้องกันภัย
 ล๊อกเก็ตแสนกล
 เครืองเสน่ห์รุนแรง
Tag
เว็บสำเร็จรูปฟรี,เกม,หอพัก,ตลาดอสังหา,
Review Product,Your Big Store,หน้าหมองคล้ำ,
ไฟแนนซ์รถยนต์,สร้อยเงิน,
รับเหมาก่อาร้าง,ปลดล็อคเครื่องนอก,
ลดน้ำหนัก,ท่อตัน,
สัญญาณกันขโมย,flower,
restaurant menu,เครื่องสำอางเกาหลี,
COMPAQ,รีไฟแนนซ์,
ท่อตัน,กระเป๋าผ้าลดโลกร้อน,
เสื้อยืด,เครื่องพ่นยุง,
apartment,ละลายไขมัน,
ATV,เครื่องสำอางสมุนไพร,
หางาน,ลดเลือนริ้วรอยสิว,
iphone ,Mac OSx,
หางาน,ขาย atv,
ครีมไข่มุกสตรอเบอรี่, All Google All KeyWord
ฟรีเว็บไซต์ขายสินค้าออนไลน์
krisdaapinihan-00056 - ปั้นเหน่งเพทพยาธร
รหัสสินค้า :krisdaapinihan-00056
ปั้นเหน่งเพทพยาธร
ราคา 2,999.00 ฿
Lastupdate :2010-08-16 12:53:23
จำนวนการเข้าชม : 71 ครั้ง

หยิบใส่ตระกร้า
tag : นะหน้าทอง อ.เสือ อาจารย์เสือ ปั้นแหน่ง เพทพยาธร ความรัก
 

ปั้นเหน่ง นี่คือเครื่องรางที่สุดของที่สุด ที่ใครหลายๆคนที่ชอบเล่นเครื่องราง แรงๆแท้ๆใฝ่หา อยาก

ได้เป็นที่สุด เพทยาธรปั้นเหน่งจึงได้

ขึ้นแท่นเครื่องรางยอดเยี่ยม ปั้นเหน่งได้รับการรู้จักเป็นครั้งแรกจากแม่นาคพระโขนง ที่

สมเด็จโตแห่งวัดระฆังได้เอาหน้า

ผากผีของแม่นาคนำมาเป็นเข็ดขัดประคด (คาด) ที่เอว จึงเป็นตำนานที่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำ

ให้คนรู้จัก อ.เสือ เข็มเทวดา จึง

สืบสานตำนานการทำปั้นเหน่งแต่โบราณ ปลุกเสกและสร้างอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ศิษย์ได้มี

ของดีเป็นมรดกไว้ครอบครอง 

พุทธานุภาพทางด้านเมตตาเป็นยอด คุ้มครองป้องกันก็เด่น แสวงหาโชคลาภก็มีมาก

มาย เรียกว่าครอบจักรวาลทุกเรื่องที

ที่มาปั้นเหน่งแม่นากพระโขนง

เริ่มมีผัวชื่อมากตั้งแต่เมื่อไร ?

ในหนังสือชุดผี ในละครวิทยุ ในลิเก ในเพลงทรงเครื่อง ในหนังสือนิยายภาพ และในภาพยนตร์กี่รุ่น ๆ ที่เคยดู ๆ กันมา กล่าวตรงกันว่าแม่นากพระโขนงมีผัวชื่อมาก เมื่อแม่นากคลอดลูกตายทั้งกลมแล้ว ก็กลายเป็นผีนหลอกหลอนชาวบ้าน ตลอดจนพระเณรย่านพระโขนงจนคนหวาดกลัวไปทั่วทั้งตำบล
แม้เวลาล่วงเลยมาร้อยกว่าปี เรื่องราวของแม่นากก็ยังคงอยู่คู่สังคมไทย วัดมหาบุศย์อันเป็นที่ฝังศพแม่นาก มีคนไปกราบไหว้ศาลแม่นากกันอย่างไม่ขาดสาย ผู้เขียนเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปเยี่ยมวัดแม่นากสามหนสี่หน แต่แม่นากมีผัวชื่อมากจริง ๆ หรือ ?
ผัวแม่นาก ไม่ได้ชื่อชุ่มหรอกหรือ ?
แม่นาก ถูกสมมติให้มีผัวชื่อมากตั้งแต่เมื่อไร ใครเป็นคนเอาชื่อนายมากไปมอบให้แม่นากหรือ ?
แม่นาก อาจจะเคยมีตัวตนจริง ๆ อาจจะเคยเป็นผีดุร้ายจริง ๆ แต่ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ผู้เขียนขอเสนอชื่อว่านายมาก
เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2455 หรือเมื่อต้นสมัยรัชกาลที่ 6 หรือเมื่อ 86 ปีมานี้ นับจาก พ.ศ. 2541

เรื่องเกิดขึ้นได้อย่างไร
ถ้าเชื่อตามที่นายกุหลาบ คนเก่าคนแก่ซึ่งเขียนถึงแม่นากพระโขนงเป็นคนแรก ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ผัวที่แท้จริงของแม่นากชื่อชุ่มต่างหาก เรื่องนี้ ผู้เขียนพบในหนังสือสยามประเภทตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน นายกุหลาบเขียนในสยามประเภทฉบับวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม ร.ศ. 118 พ.ศ. 2442 ว่า อำแดงนาก เป็นบุตรขุนศรี นายอำเภอบ้านอยู่ปากคลองพระโขนง

“เปนภรรยานายชุ่ม ตัวโขนทศกรรฐ์ในพระจ้าวบรมวงศ์เธอจ้าวฟ้ากรมหลวงพิทักษมนตรี อำแดงนากมีครรภ์ คลอดบุตรถึงอนิจกรรม นายชุ่ม ทศกรรฐ์สามี นำศพอำแดงนากภรรยาไปฝังที่ป่าช้าวัดมหาบุด ๆ นี้ พระศรีสมโภช (บุด) วัดสุวรรณ เปนผู้สร้างวัดมหาบุด แต่ท่านยังเปนมหาบุดในรัชกาลที่ 2...”
(มีไมโครฟิล์มในหอสมุดแห่งชาติ ดูรายละเอียดในหนังสือแกะรอยเรื่องเก่า ของเอนก นาวิกมูล)
นายกุหลาบเขียนไว้เมื่อเกือบศตวรรษดังนี้ สรุปว่าสามีของแม่นากชื่อชุ่ม เป็นตัวโขนเล่นบททศกัณฐ์ในสมัยรัชกาลที่ 2 แม้แต่ลูกคนหนึ่งของแม่นากที่ชื่อนายแบนก็ยังเคยมาบวชที่วัดโพธิ์

ต่อไปลองอ่านหนังสือทวีปัญญา จะพบว่าในเรื่องสั้น “นากพระโขนงที่สอง” ที่ ร.6 สมัยยังทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมาร ทรงนิพนธ์ในฉบับแรกสุด เมื่อเดือนเมษายน ร.ศ. 123 พ.ศ. 2447 (ใช้นามแฝง “นายแก้วนายขวัญ”) ปลายสมัย ร.5 สมมติให้นางนากมีผัวชื่อโชติ เป็นกำนัน นี่แสดงว่าถึง พ.ศ. 2447 แล้วชื่อนายมากก็ยังไม่ปรากฏ

ชื่อนายมากเริ่มปรากฏเมื่อไร
เท่าที่ผู้เขียนพยายามสืบค้นชำระมานาน เชื่อว่าชื่อนายมากเริ่มปรากฏเมื่อพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ต้นราชสกุลวรรณ เจ้าของโรงละครปรีดาลัย ทรงนิพนธ์เรื่อง “อีนากพระโขนง” เป็นละครร้อง และตีพิมพ์บทละครนั้นออกสู่สาธารณชนเมื่อต้นรัชกาลที่ 6 ตรงกับ ร.ศ. 131 หรือ พ.ศ. 2454

หนังสือบทละครร้องเรื่อง “อีนากพระโขนง” ที่ผู้เขียนค้นพบเมื่อวันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2536 พิมพ์ปกง่าย ๆ ว่า

“บทละครร้องเรื่องอีนากพระโขนง (ว่าเปนเรื่องจริง) หมากพญา รจนาสำหรับลครในปรีดาลัย ร.ศ. 131”

หมากพญา หรือกรมพระนราฯ ทรงกำหนดให้ตัวละครมี 10 ตัว มีชื่อและอายุดังต่อไปนี้

“1. นายมาก อายุ 35 สามีอำแดงนาก เปนคนซื่อ ๆ

2. ทิดทุ้ย อายุ 38 เกลอนายมาก ขี้เมา

3. ตาหมี อายุ 68 เก่า ๆ เขลา ๆ

4. ตาเทิ่ง อายุ 50 สัปะเหร่อ

5. ขรัวเต๊ะ อายุ 62 อาจาริย์วิชาอาคม

6. ตาปะขาวเม่น อายุ 65 ผู้มีวิชาอาคม

7. สามเณรเผือก อายุ 18 ศิษย์ขรัวเต๊ะเจ้าเวทมนต์

8. อำแดงนาก อายุ 32 ภรรยานายมาก เปนคนดี

9. ยายม่วง อายุ 60 ภรรยาตาหมี เท่อ ๆ

10. ยายโม่ง อายุ 51 หมอพดุงครรภ์” (ท่านที่สนใจอยากทราบว่าละครร้อง อีนากพระโขนง ของกรมพระนราฯ เป็นอย่างไร ขอให้ไปดูที่เวทีชั่วคราว ร.ร.ตะละภัฎศึกษา ถนนแพร่งนรา ซึ่งหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการใด ๆ จะแสดงเพียงรอบเดียวในคืนวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2541 เนื่องในการจัดงานวันงามที่สามแพร่ง ของชาวประชาคมแพร่งสรรพสาสตร แพร่งนรา แพร่งภูธร และชาวถนนอัษฎางค์ รายละเอียดอื่น ๆ นอกเหนือจากนั้น กรุณาติดตามอ่านจากหนังสือ “แกะรอยแม่นากพระโขนง” ซึ่งจะพิมพ์เผยแพร่ในปี พ.ศ. 2542)

เห็นหรือไม่ว่า ชื่อนายมากเพิ่มปรากฏขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2455 และเมื่อละครปรีดาลัยเล่นเรื่องอีนากพระโขนงที่โรงละครตามแพร่งนรานั้น มหาชนได้ไปดูไปชมกันมากมาย กระทั่งที่สุดชื่อนายมากก็โด่งดังติดปากจนทุกคนเชื่อว่าผัวแม่นากชื่อมากจริง ๆ

หลัง พ.ศ. 2455 ไม่ว่าบทกลอน บทภาพยนตร์ นิยายภาพ ลิเก หรือการแสดงใด ๆ ผัวของแม่นากมีชื่อว่ามากมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ว่ากันว่าทุกวันนี้ ลูกหลานของแม่นากก็ยังคงมีกระเส็นกระสายอยู่ แต่ผู้เขียนก็ไม่เคยเจอตัวและสอบถามเรื่องนี้จากลูกหลานแม่นากเลย
* บทความนี้ ได้รับอนุญาตินำมาลงจากคุณเอนก นาวิมูล แล้ว
12/08/98

เรื่องเล่า

ขณะนั้น มีผัวหนุ่มเมียสาวคู่หนึ่ง อาศัยอยู่กินด้วยกันที่ย่านพระโขนง ฝ่ายสามีชื่อนายชุ่มหรือ(มาก) ส่วนภรรยาชื่อนางอำแดงนาค ทั้งสองอยู่กินกันจนนางนาคตั้งครรภ์อ่อน ๆ นายมากก็มีเหตุจำเป็นให้ต้องไปเป็นทหาร ซึ่งเป็นหมายเรียกชายฉกรรจ์จากทางหลวง นายมากจึงต้องไปเป็นทหารประจำการณ์ในบางกอก นางนาค รอนายมากกลับบ้านจนเวลาผ่านไปหลายเดือน นางนาคท้องก็โตขึ้นเรื่อยๆ จนครบกำหนดคลอด แต่ขณะคลอด ลูกในท้องของนางนาคไม่ยอมกลับหัว เมื่อนางนาคไม่สามารถคลอดลูกได้ตามปกติ เด็กไม่ออก นางนาคจึงตายทั้งกลมพร้อมลูกในท้อง หลังจากนางนาคได้ตายไป ศพจึงถูกชาวบ้านนำไปฝังไว้ที่ป่าช้าวัดมหาบุศย์ จนวันหนึ่ง มีเด็ก ๆ ซุกซนไปเล่นแถวหลุมฝังศพทำเป็นผีหลอกหลอนกัน จนไปล่วงเกินหลุมศพของนางนาคเข้า กลายเป็นการปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง วิญญาณของนางนาคจึงออกมาสำแดงเดชให้เด็กๆ กลัว วิญญาณของนางนาคยังคงอาลัยอาวรณ์ถึงนายมากผู้เป็นผัว จึงกลายเป็นวิญญาณที่ไม่สงบ คอยเฝ้าวนเวียนรอผัวกลับบ้าน วิญญาณของนางนาคจึงสิงสู่อยู่ที่บ้านที่นางตายลง รอนายมากผู้เป็นผัวกลับมา

วันหนึ่ง นายมากกลับมาที่บ้าน ได้พบนางนาค และลูกก็ดีใจ นางนาค ด้วยความที่เกรงว่าผัวจะรู้ความจริง จึงคอยพยายามรั้งนายมากให้อยู่ที่บ้านตลอดเวลา ไม่ให้ออกไปพบใคร นายมากก็เชื่อเมีย เพราะรักเมีย ไม่ว่าใครที่มาเจอนายมากจะบอกนายมากอย่างไร นายมากก็ไม่เชื่อว่าเมียตัวเองตายไปแล้ว ขณะที่นางนาคตำน้ำพริกอยู่บนบ้าน นางนาคทำมะนาวตกลงไปใต้ถุนบ้าน ด้วยความรีบร้อน นางจึงเอื้อมมือยาวลงมาจากร่องบนพื้นเรือนเพื่อเก็บมะนาวที่อยู่ใต้ถุนบ้าน นายมากขณะนั้น บังเอิญผ่านมาเห็นพอดี จึงปักใจเชื่ออย่างเต็มร้อย ว่าเมียตัวเองเป็นผีตามที่ชาวบ้านว่ากัน นายมากวางแผนหลบหนีผีนางนาค โดยการแอบเจาะตุ่มใส่น้ำให้รั่ว แล้วเอาดินอุดไว้ ตอนกลางคืนจึงทำทีเป็นไปปลดทุกข์เบา แล้วแอบเอาดินที่อุคตุ่มไว้ ให้น้ำไหลออกเหมือนคนปลดทุกข์เบา แล้วแอบหนีไป นางนาคเมื่อเห็นผิดสังเกตจึงออกมาดู ทำให้รู้ว่าตัวเองโดนหลอกเข้าให้แล้ว จึงตามนายมากไปทันที นายมากเมื่อเห็นผีนางนาคตามมาจึงหนีเข้าไปหลบอยู่ในดงหนาด นางนาคไม่สามารถทำอะไรได้เพราะผีกลัวใบหนาด

นายมากหนีไปพึ่งพระที่วัด นางนาคไม่ลดละพยายาม ด้วยความที่เจ็บใจชาวบ้านที่คอยยุแยงตะแคงรั่วผัวตัวเองอีกประการหนึ่ง ทำให้นางนาคออกอาละวาดหลอกหลอนชาวบ้านจนหวาดกลัวกันไปทั้งบาง ซึ่งความนของนางนาค ส่วนหนึ่งเกิดจากการที่ถูกฝังไว้ระหว่างต้นตะเคียนคู่นั่นเอง ในที่สุด นางนาคก็ถูกหมอผีฝีมือดีจับใส่หม้อถ่วงน้ำ จึงสงบไปได้พักใหญ่ จนมีตายายคู่หนึ่งที่ไม่รู้เรื่อง เพิ่งโยกย้ายมาอยู่ใหม่ เกิดเก็บหม้อที่ถ่วงนางนาคได้ขณะทอดแหจับปลา นางนาคจึงถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง แต่สุดท้าย ก็ถูกสมเด็จพุฒาจารย์(โต)สยบลงไปได้ กะโหลกศีรษะส่วนหน้าผากของนางนาค ถูกเคาะออกมาทำปั้นเหน่ง (หัวเข็มขัดโบราณ) เพื่อเป็นการสะกดวิญญาณ และนำนางนาคสู่สุคติ หลังจากนั้น ปั้นเหน่งชิ้นนั้นก็ตกทอดไปยังเจ้าของอื่นๆ อีกหลายมือ ตำนานรักของนางนาค นับเป็นตำนานรักอีกเรื่องหนึ่งที่ประทับใจผู้ฟังอย่างมิรู้คลาย กับความรักที่มั่นคงของนางนาคที่มีต่อสามี แม้แต่ความตายก็มิอาจพรากหัวใจรักของนางไปได้

แม่นาคในความเชื่อทางสังคม

เรื่องราวของแม่นาคพระโขนง ปรากฏอยู่ทั่วไปตามความเชื่อของคนไทยร่วมสมัยและตราบจนปัจจุบัน เช่น เชื่อว่าชื่อสี่แยกมหานาค ที่เขตดุสิตในปัจจุบัน มาจากการที่แม่นาคอาละวาดขยายตัวให้ใหญ่ และล้นเกล้ารัชกาลที่ 4 ก็ยังเคยเสด็จทอดพระเนตรด้วย หรือ เชื่อว่าพระรูปที่มาปราบแม่นาคได้นั้นคือ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นต้น อีกทั้งยังเชื่อว่า ท่านได้เจาะกะโหลกที่หน้าผากของแม่นาคทำเป็นปั้นเหน่ง เพื่อสะกดวิญญาณแม่นาค และได้สร้างห้องเพื่อเก็บปั้นเหน่งชิ้นนี้ไว้ต่างหาก หรือแม้แต่หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมชก็ยังได้เขียนบันทึกเอาไว้ว่า เมื่อสมัยเด็ก ๆ ท่านเคยเห็นสิ่งที่เชื่อว่าเป็นรอยเท้าแม่นาคบนขื่อเพดานวัดมหาบุศย์ด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว

ถึงอย่างไร ความเชื่อเรื่องแม่นาคพระโขนง ก็ยังปรากฏอยู่ในความเชื่อของคนไทย ณ วัดมหาบุศย์ เขตสวนหลวง ปัจจุบันนี้ มีศาลแม่นาคตั้งอยู่ ซึ่งเป็นที่สักการะ เคารพบูชาอย่างมากของบุคคลในและนอกพื้นที่ โดยบุคคลเหล่านี้จะเรียกแม่นาคด้วยความเคารพว่า " ย่านาค " บ้างก็เชื่อกันว่าแม่นาคได้ไปเกิดใหม่แล้ว

ในทางบันเทิง เรื่องราวของแม่นาคพระโขนง ได้ถูกสร้างเป็นละครโทรทัศน์และภาพยนตร์หลายต่อหลายครั้ง ในรอบหลายปี อีกทั้งยังสร้างเป็นละครหรือภาพยนตร์ตลกล้อเลียนก็เคยมาแล้ว โดยล่าสุดเป็นละครเวทีโอเปร่าอำนวยการแสดงโดย สมเถา สุจริตกุล ในปี พ.ศ. 2545


บูชาองค์ละ 2999 บาท